Home » “ไชยา” ลงแก้ปัญหา “โคบาลชายแดนใต้”

“ไชยา” ลงแก้ปัญหา “โคบาลชายแดนใต้”

รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี สั่งรื้อเงื่อนไข “โครงการโคบาลชายแดนใต้” รองประธานสภาเกษตรปัตตานีร้อง ส่วนราชการร่วมกับเอกชนผูกขาด มัดมืดชกเกษตรกร หวั่นเป็น “โคพลาสติก” ระบุ ศอ.บต.ต้องเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการอื่นๆ

29 ม.ค. 67 นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ กลุ่มเลี้ยงโค ตันหยงลุโละ หมู่ 2 ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อรับฟังการดำเนินงานโครงการ “โคบาลชายแดนใต้” พร้อมพบปะเกษตรกรและรับฟังประเด็นปัญหาการดำเนินโครงการฯ ซึ่งมีการถกเถียงเรื่องราคาซื้อขาย สเปคและคุณภาพของวัว โดยนายไชยา ได้ร่วมพูดคุยรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกรอย่างละเอียด พร้อมตรวจสภาพโคในคอกด้วยตัวเอง

นายสุรเดช หะยีสมาแอ รองประธานสภาเกษตรปัตตานี กล่าวว่าถึงที่มาของปัญหาว่า ทุกครั้งที่เข้าประชุมจะมีผู้ประกอบการมาบรรยายและโฆษณาคุณสมบัติว่าวัวสวย สมบูรณ์ พร้อมที่จะผสมพันธุ์ เพื่อให้กลุ่มผู้เลี้ยงวัวได้เลือกวัวของผู้ประกอบการ

“ผมตั้งใจมาดูข้อเท็จจริง อยากรู้ปัญหาเรื่องการส่งมอบเอกสารทุกอย่าง วันที่ส่งมอบจะต้องทำเอกสารให้ครบสมบูรณ์ เพื่อให้เกษตรมีความมั่นใจว่าวัวที่มานั้นมีสภาพดี ถูกสุขลักษณะ ตามคุณสมบัติที่ทางปศุสัตว์ได้กำหนดไว้ ทั้งการตรวจโรค น้ำหนักวัว โดยวันส่งมอบนั้นความพร้อมจะต้องมีให้กับผู้เลี้ยงวัว ถ้ามีการเล็ดลอดหรือไม่ผ่านการตรวจโรค ติดโรคจะทำให้เสียหายทั้งหมด ซึ่งหลังจากเฟสนี้จะต้องมีการแก้ไขต่อไป ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นภาระของเกษตรกร หากโคที่ได้มาเป็นโคพลาสติกไม่ออกลูก เพราะเงินไม่ได้มาฟรี ในปีที่ 4-7 ต้องส่งเงินคืน หรือไม่เช่นนั้นก็มอบเงินให้เกษตรกรไปโดยไม่มีการชี้นำ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ เราไม่อยากให้ชาวบ้านรู้สึกว่าถูกยัดเยียดสิ่งไม่ดีให้ ต้องหาวิธีการที่ดีที่สุด ผมเสนอว่าเงินที่เกษตรกรทำสัญญากู้กับกองทุนเกษตรควรโอนให้เกษตรกรและให้อำนาจการจัดซื้อ การเลือกไซส์ในในหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ให้เสร็จ รูปแบบน่าจะนำไปปรับใหม่ได้”


นายสุรเดช ยังกล่าวอีกว่า ณ วันที่มาส่งรับวัว เขาให้รับเลย ไม่มีการชั่งน้ำหนัก ขอพูดตรงๆว่า ในการประชุมที่ผ่านมาทุกครั้งจะมีชื่อของนายอลันกับศอ.บต.ตลอด เขามาบรรยายเรื่องโคสวย ผมในฐานะรองประธานประธานสภาเกษตรกรปัตตานี เมื่อมีชาวบ้านมาหาสะท้อนปัญหาจึงต้องผลักดันให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ศอ.บต.ควรกระจายข่าว เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการอื่นๆ ด้วย ให้ผู้ซื้อได้เลือกวัวที่มีสมบูรณ์พร้อมมีลูก ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำให้ถูกต้องสมบูรณ์
“ราคาวัวตัวละ 17,000 บาท ผู้เลี้ยงวัวกู้กับผู้ประกอบการเต็มวงเงิน แต่ราคาตลาดวันซื้อขายนั้น ผมในฐานะคนเลี้ยงวัวรู้ราคาจริงว่าวัวขนาดนี้อยู่ที่ราคา 8,000 บาท ต่อ 1 ตัว ไม่ถึง 17,000 บาท วัวอยู่ในฟาร์มนี้จากที่ดูแล้วไม่ใช่วัวในพื้นที่ ซื้อมาจากนอกพื้นที่เพื่อเพิ่มแม่พันธุ์ในพื้นที่ให้มากขึ้น หลังจากผมท้วงติงไป เขาจึงเอาบัตรประจำตัววัวมาให้ เพราะเขาตั้งเงื่อนไขว่าหากเกษตรกรไม่เลือกวัวที่เขาให้มา งบประมาณอาจจะไม่ผ่าน มันมีสัญญาณว่าถ้าไม่เลือกอาจจะไม่ผ่านการตรวจโรค” นายสุรเดช กล่าว

นายไชยา กล่าวว่า สำหรับการเยียวยาเบื้องต้นแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ได้มีการให้ปศุสัตว์นำหญ้าแห้งไปแจกจ่ายในแต่ละกลุ่ม อย่างน้อยกลุ่มละ 50 ก้อน ส่วนเรื่องวัวไม่ตรงสเปค หากโครงการนี้จะเดินหน้าต่อ ต้องมีการพูดคุยกันทุกฝ่าย ทั้ง ศอ.บต. กระทรวงหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งในเงื่อนไขต่างๆ ตนคิดว่าสามารถที่จะปรับได้ เพราะเป้าหมายคือการซื้อ “โคแม่พันธุ์” เพื่อผลิตลูกออกมาให้เติบโตเพื่อส่งขายต่อไป ซึ่งเกษตรกรต้องรับภาระในการที่จะต้องจ่ายคืนให้กับกองทุน ในปีที่ 4 – 7 ปีละ 25 เปอร์เซ็นต์ หากวัวไม่ออกลูกไม่ตั้งท้อง แทนที่จะเป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกรก็จะกลับเป็นภาระของเกษตรกร
“โคมีชีวิตราคาไม่เสถียร การแปรรูปจึงสำคัญ เป้าหมายใหญ่คือ เราต้องการส่งโคไปยังต่างประเทศทั้งโคมีชีวิตและสินค้าปศุสัตว์แปรรูป เราต้องการเป็นเศรษฐกิจฮาลาลใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ ให้เป็นศูนย์กลางด้วยมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง หากมีโรงชำแหละมาตรฐานและโรงงานแปรรูปจะทำให้เกิดมูลค่าสูงขึ้น สามารถแข่งขันกันได้ในโลกมุสลิม” นายไชยา กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *