Home » (สงขลา)-ย้ำนโยบายคุมเข้ม ร่วมมือไทย-มาเลย์

(สงขลา)-ย้ำนโยบายคุมเข้ม ร่วมมือไทย-มาเลย์

สำนักข่าวโฟกัส
สงขลา-แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ด้วยจักรยานยนต์วิบากสลับกับการเดินเท้าตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนฐานปฏิบัติการร่วมไทย-มาเลเซีย ส่งความรักวันวาเลนไทน์ถึงลูกน้องแนวชายแดน ย้ำนโยบายคุมเข้ม สร้างความร่วมมือคู่ขนาน ไทย-มาเลเซีย อย่างยั่งยืน


เวลา 09.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 พร้อม พลตรี อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5/ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี คณะที่ปรึกษา และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ
ลงพื้นที่ด้วยจักรยานยนต์วิบากสลับกับการเดินเท้า ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน ฐานปฏิบัติการร่วมไทย-มาเลเซีย ยังจุดเขตแดนที่ 31/22 พื้นที่ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา หลักเขตแดนที่ 36/100 และ หลักเขตแดนที่ 34 ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา


เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเขาสลับกับสวนยางพารา เพื่อสร้างความร่วมมือในนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยมี เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าตรวจชายแดน กองกำลังเทพสตรี และทหารมาเลเซียประจำฐานต่าง ๆ ให้การต้อนรับ
ซึ่งฐานปฏิบัติการร่วมดังกล่าว เกิดจากความร่วมหารือและตกลงกันของทั้ง 2 ประเทศ เมื่อปี 2563 ซึ่งในขณะนั้น พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค 4 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5/ปธ.LWG(ไทย) โดยได้หารือร่วมกับ พลโท Dato’ Haji Mohd Nazir bin Haji Mami ผบ.กกล.ทบ.สนาม ตต. /ปธ.RBC (มาเลเซีย) ในขณะนั้น จนเกิดเป็นมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีตลอดมา


ทั้งนี้ แม่ทัพภาค 4 ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการ ขอให้ทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่สร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมสนับสนุนภารกิจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประชาชนในพื้นที่จะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเกิดความเข้มแข็งของหมู่บ้านแนวชายแดนคู่ขนานกันไปทั้ง 2 ประเทศ ควบคู่กับการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติของแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง การขนสินค้าผิดกฎหมาย ยาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า


โดยบริเวณดังกล่าวปรากฎเป็นรั้วแบ่งเขตแดนแบบคู่ขนานกันไประหว่างไทยและมาเลเซีย บางจุดเป็นพื้นที่ล่อแหลม ที่กลุ่มขบวนการผู้ก่อเหตุรุนแรง มักใช้ลักลอบข้ามแดน และขนสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกลุ่มแรงงานลักลอบข้ามแดน และการขนยาเสพติดมาแล้ว พร้อมฝากผู้นำท้องถิ่นได้ช่วยดูแลเป็นสื่อกลาง โดยให้ประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลบ้านของตนให้ปลอดภัยด้วย
ซึ่งในโอกาสนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เยี่ยมให้กำลังใจและพูดคุยทักทายกับกองกำลังทหารประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อการประสานสอดคล้องเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป
“แม้หนทางจะยากลำบากในการเข้ามาปฏิบัติงาน แต่ขอให้ทุกคนอดทน เพราะนี่คือหน้าที่เป็นรั้วของชาติที่แข็งแกร่ง ให้บ้านที่ชื่อว่าประเทศไทย และผู้อาศัย มั่นคง ปลอดภัย” แม่ทัพกล่าวทิ้งท้าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *