Home » (สงขลา)-คนใต้ไม่เห็นด้วยครอบครองยาบ้า5เม็ดแค่ผู้เสพ

(สงขลา)-คนใต้ไม่เห็นด้วยครอบครองยาบ้า5เม็ดแค่ผู้เสพ


สำนักข่าวโฟกัส
สงขลา-ประชาชนที่เป็นพ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนหนึ่งในภาคใต้ไม่เห็นด้วยกับกฎกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567 ซึ่งระบุว่าการครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อย เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด ยาไอซ์ ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม และยาเค ไม่เกิน 500 มิลลิกรัมนั้น ผู้ครอบครองมีความผิดในฐานะของผู้เสพ ไม่ใช่ผู้จำหน่าย เผยปัจจุบันยาเสพติดมีการแพร่ระบาดจำนวนมากในทุกพื้นที่ และขยายเข้าไปถึงเยาวชนในสถานศึกษา เนื่องจากมีราคาถูกและสามารถหาซื้อได้ง่าย เสนอภาครัฐควรมีมาตรการในการบริหารจัดการและควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ให้ส่งกระทบต่อค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นของประชาชน
ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เปรียบเทียบเดือนมกราคม 2567 และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า
ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม


พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนกุมภาพันธ์ 2567 (46.80) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม 2567 (46.60) และเดือนธันวาคม 2566 (46.30)
โดยดัชนีที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว
รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) และการลดลงของหนี้สิน โดยปัจจัยบวกที่สำคัญ
คือ ในช่วงวันตรุษจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ ชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากมีการจับจ่ายใช้สอยในการซื้อเสื้อผ้าสีสดใสเพื่อใส่ในช่วงวันตรุษจีน และซื้ออาหารคาว หวาน ผลไม้ เพื่อนำมามาไหว้บรรพบุรุษ
รวมถึงมีการรับประทานอาหารร่วมกันของเครือญาติและคนในครอบครัว อีกทั้ง มีการพาครอบครัวไปท่องเที่ยว จึงทำให้ช่วงวันตรุษจีนปีนี้มีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจจำนวนมาก
นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ในโครงการ Easy-e-receipt มาตรการลดหย่อนภาษีประจำปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ได้สูงสุด 50,000 บาท
ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ประชาชนจำนวนมากได้ทำการซื้อสินค้า เพื่อจะได้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี อีกทั้งภาครัฐได้มีการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวจากโครงการ Visa free แก่นักท่องเที่ยว
ส่งผลให้ภาคท่องเที่ยวมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มรายได้แก่แรงงานในภาคบริการ ในส่วนภาคการเกษตรมีแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้น
โดยอุตสาหกรรมเกษตรได้มีการส่งออกสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว ผักกระป๋อง ผักแปรรูป ผลไม้สด ผลไม้แห้ง ผลไม้แช่แข็ง ยางพารา ไก่สด ไก่แช่แข็ง และสินค้าเกษตรแปรรูป เป็นต้น
จากการสัมภาษณ์ประชาชนภาคใต้ในหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับความกังวล ความคาดหวัง และความต้องการของประชาชน มีดังนี้


1.ปัจจุบันยาเสพติดมีการแพร่ระบาดจำนวนมากในทุกพื้นที่ และขยายเข้าไปถึงเยาวชนในสถานศึกษา เนื่องจากมีราคาถูกและสามารถหาซื้อได้ง่าย ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองมีความเป็นห่วงลูกหลานที่เป็นเยาวชน
ทั้งนี้ ประชาชนที่เป็นพ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับกฎกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567
ซึ่งระบุว่าการครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อย เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด ยาไอซ์ ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม และยาเค ไม่เกิน 500 มิลลิกรัมนั้น ผู้ครอบครองมีความผิดในฐานะของผู้เสพ ไม่ใช่ผู้จำหน่าย
จึงทำให้เกิดช่องโหว่ของกฎหมายในการเข้าถึงยาเสพติดเป็นไปได้ง่ายขึ้น เนื่องจากไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ จึงทำให้เยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอาจจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่มขึ้นในอนาคต
2.ประชาชนจำนวนมากที่เป็นหนี้ธนาคาร ได้รับความเดือดร้อนจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของประชาชน
3.ประชาชนมีความกังวลกับการปรับขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญของธุรกิจ ทั้งในภาคเกษตรและธุรกิจต่าง ๆ
ทั้งนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการในการบริหารจัดการและควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ให้ส่งกระทบต่อค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นของประชาชน
ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 39.70 และ 33.80 ตามลำดับ
ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็น ร้อยละ 30.10 และ 34.20 ตามลำดับ
ในขณะที่ความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 39.60 , 34.70 และ 32.80 ตามลำดับ
/////////////////////////////

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *