Home » ข่าว » ปลัดมท.แนะผู้นำยึด“4ร.”สร้าง“หมู่บ้านยั่งยืน”สงขลา

ปลัดมท.แนะผู้นำยึด“4ร.”สร้าง“หมู่บ้านยั่งยืน”สงขลา

หนังสือพิมพ์ภูมิภาค รายสัปดาห์ ของคนไต้ ปีที่ 26 ฉบับที่ 1,325 วันที่ 4 – 10 มีนาคม 2567


“ปลัด มท. ” มอบแนวทางขับเคลื่อน “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” ในพื้นที่จังหวัดสงขลา เน้นย้ำ ผู้นำทุกระดับต้องรวมพลัง 7 ภาคีเครือข่ายทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายอยู่ที่พี่น้องประชาชน เพื่อเป็นของขวัญที่ดีที่สุดถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข อย่างยั่งยืนตลอดไป

29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.45 น. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบาย และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านยั่งยืน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ของจังหวัดสงขลา 


โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นางมณีรัตน์ พรหมเขียว ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสงขลา ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ 16 อำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการหมู่บ้าน พระราช วรเวที เจ้าคณะจังหวัดสงขลา พระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา พระสังฆาธิการในพื้นที่จังหวัดสงขลา นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา นายโมเสส เลิศพฤทธิพร คณะกรรมการสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ภาคใต้ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสงขลา กว่า 9,289 คน ร่วมรับฟัง


ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายธูปเทียนแพถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญา แล้วเป็นประธานมอบนโยบาย และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านยั่งยืน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ของจังหวัดสงขลา และได้เยี่ยมชมนิทรรศการขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) ของทั้ง 16 อำเภอ


นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้กล่าวบนเวทีตอนหนึ่ง ว่า ในวันนี้เป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งของพี่น้องชาวจังหวัดสงขลา ที่พวกเราทุกคนได้ร่วมกันน้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยกลไก 7 ภาคีเครือข่าย หรือหลัก “บวร” อันได้แก่ ภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของจังหวัดสงขลา ที่ผู้นำศาสนานับเนื่องแต่ท่านเจ้าคณะจังหวัด ท่านประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำร่วมกับภาคราชการ ช่วยกันสังเกตสังกา ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ
“สิ่งที่สำคัญของการสร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคมนั้น เราต้องช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไขปรับปรุงพัฒนาโดยไม่ต้องรอใครสั่ง ลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ ดังแนวทางการทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ว่า สั่งวันนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน” 


เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนกับการที่อยู่ในบ้าน ถ้าลูกเราเห็นบ้านสกปรก เห็นเสื้อผ้าวางระเกะระกะ ถ้วยจานชามวางอยู่ในครัวยังไม่ได้ล้าง แล้วลูกก็ล้างจาน เก็บเสื้อผ้า ซักผ้า กวาดถูบ้านโดยไม่ต้องสั่ง ก็จะเป็นเรื่องที่ดี สังคมนี้ก็เช่นกัน ฉันใด ก็ฉันนั้นในชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะภาคราชการ ภาคธุรกิจ องค์กรการกุศล หรือมหาวิทยาลัย ถ้าพวกเราช่วยกันทำ ช่วยกันดูแลสิ่งที่เป็นสาธารณสมบัติ สาธารณสถาน ก็จะทำให้เกิดสิ่งที่ดี
สังคมไทยคาดหวังว่า “คนมหาดไทย” ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ที่มีหัวใจอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน ตลอดจนถึงการดูแลในด้านต่าง ๆ การปกครองตั้งแต่อดีต ทั้งความเชื่อ จารีต ประเพณี และกฎหมาย
ไม่ว่าจะกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยข้าราชการพลเรือน กฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ กฎหมายว่าด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่างย้ำชัดให้เห็นว่า สังคมให้ความสำคัญกับคำว่า “ผู้นำ” ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ศาสนสถาน 


ดังนั้น “หัวใจที่สำคัญของผู้นำ” คือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ซึ่งผู้นำจะดีได้ไม่ต้องรีรอให้ใครมาบอก แต่เราต้องสะกดจิตตัวเอง ช่วยคิด ช่วยสร้างอุดมการณ์ มีจิตสำนึก ความปรารถนาที่ดีในการจะทำให้เกิดสิ่งดี ๆ แก่ส่วนรวม กล้าแสดงภาวะผู้นำ ชวนคนในสังคมมาช่วยกันทำงานแบบ “ทำทันที (Action Now)” มีใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว เพราะความสำเร็จหรือความล้มเหลวของทุกงานอยู่ที่คน ทุกองค์กรต้องมีคนที่มีความปรารถนา มี Passion มี Attitude ที่ดี และตามด้วย Knowledge ต้องท่องไว้ว่า เราจะทำดี เราจะทำดี เราจะทำดี เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิดของเรา คือ “ประเทศไทย” เราจะช่วยกันทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุข ด้วยการน้อมนำแนวทางตามหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นคือ การทำงานเป็นทีม สร้างทีมให้มีใจเดียวกัน ผ่านหลักการ 4 กระบวนงาน (4 ร) คือ “ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์” เป็นประจำสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง 
”การทำงานให้ประสบความสำเร็จ พวกเราทุกคน คือ ผู้มีความจงรักภักดี เราจึงมีเป้าหมายเดียวกันทเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ที่อยากให้ความสุขของประชาชนเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินนี้ สะท้อนผ่านพระราชดำรัส“ นายสุทธิพงษ์ กล่าว และว่า


ความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นการขยายความพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” โดยมีเป้าหมายการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั่นคือ “การแก้ไขในสิ่งผิด” เพื่อทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *