Home » รอมฎอนเดือนแห่งความประเสริฐ!“ผู้ว่าฯสงขลา”​เปิดกิจกรรมละศีลอดของชาวมุสลิม​

รอมฎอนเดือนแห่งความประเสริฐ!“ผู้ว่าฯสงขลา”​เปิดกิจกรรมละศีลอดของชาวมุสลิม​

หนังสือพิมพ์ภูมิภาค รายสัปดาห์ ของคนไต้ ปีที่ 26 ฉบับที่ 1,327 วันที่ 18 – 24 มีนาคม 2567


“ผู้ว่าฯ สงขลา”​ เปิดกิจกรรมละศีลอดช่วงเดือนรอมฎอน 2567 (ฮ.ศ.1445) เดือนแห่งความประเสริฐ เพื่อขัดเกลาจิตใจภายใต้คำสอนของศาสนาอิสลาม

13 มีนาคม​ 2567 เวลา 18.00 น. ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดกิจกรรมละศีลอดช่วงเดือนรอมฎอน ประจำปี 2567 (ฮ.ศ.1445) โดยมี นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสุรินทร์ สุริยะวงศ์ ปลัดจังหวัดสงขลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหาดใหญ่ นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา นางญาณิน สุริยะวงศ์ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และพี่น้องชาวมุสลิมเข้าร่วม


นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา กล่าวว่า ในเดือนรอมฏอน พระผู้เป็นเจ้าได้ประธานพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอ่านเป็นทางนำในการดำเนินชีวิตให้กับมนุษย์ โดยเดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความประเสริฐกว่าทุก ๆ เดือน เพื่อให้ผู้ศรัทธาทั้งหลายได้ถือศีลอด และปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้สำรวมตน ดำรงตนและขัดเกลาจิตใจให้คิดเห็นแต่สิ่งดีงาม ภายใต้คำสอนของศาสนา
ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีงานวิจัยทางการแพทย์ชี้ให้เห็นว่าผู้ที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บป่วย แต่สามารถทำให้ร่างกายได้พักผ่อน ลดการย่อยอาหารที่ไม่จำเป็นในร่างกายได้ เพื่อพร้อมที่จะ reboot ร่างกายเปิดเครื่องให้กลไกในร่างกายได้เริ่มกระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง
ด้านนายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ศาสนาทุกศาสนามีจุดร่วมอยู่ด้วยกันประการหนึ่ง คือ การสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ศาสนาอิสลามเป็นหนึ่งในศาสนาสากลสำหรับมนุษยชาติ ปัจจุบันมีประชาชนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนับถือศาสนาอิสลามจำนวนมาก


โดยพระคัมภีร์อัล-กุรอ่านอันศักดิ์สิทธิ์สอนว่า เดือนรอมฎอน คือ ช่วงเวลาแห่งการถือศีลอด และบำเพ็ญศาสนกิจต่าง ๆ ตามหลักปฏิบัติพื้นฐานของศาสนา อันรวมถึงการสวดมนต์ การใคร่ครวญ การอุทิศตนช่วยเหลือผู้ยากไร้ การกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและชุมชน การรักษาข้องดเว้นต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด
ตลอดจนการสำรวมกาย วาจา ใจ อยู่ตลอดเวลาเพื่อพระผู้เป็นเจ้า และเพื่อชำระกายใจให้บริสุทธิ์ และนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป
ทั้งยังกล่าวขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงาน และขอวิงวอนให้พระผู้เป็นเจ้าโปรดประทานสุขภาพที่ แข็งแรงให้แก่ท่านทั้งหลาย เพื่อที่ทุกท่านจะได้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้สมบูรณ์ครบถ้วนตามที่ปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *