Home » ข่าว » ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท โรงแรม 4 ดาว เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ สวนทางข้อเสนออนุกรรม

ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท โรงแรม 4 ดาว เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ สวนทางข้อเสนออนุกรรม

หนังสือพิมพ์ภูมิภาค รายสัปดาห์ ของคนใต้ ปีที่ 26 ฉบับที่ 1,329 วันที่ 1 – 7 เมษายน 2567

การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลา ชี้สนองนโยบายการเมือง นายกสมาคมโรงแรมฯ ระบุไม่สอดคล้องบริบทเศรษฐกิจและอัตราราคาขายห้องพัก เผยที่ผ่านมาสงขลาถูกมองข้ามจากส่วนกลางไม่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว ไม่ได้รับงบกระตุ้นการท่องเที่ยว

หลังจากที่คณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 มีมติในการประชุมครั้งที่ 3/2567 วันที่ 26 มีนาคม 2567 เห็นเป็นเอกฉันท์เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประเภทกิจการโรงแรม เพื่อใช้สำหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการประเภทกิจกรรมโรงแรมระดับ 4 ดาวขั้นไป และมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป
โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 400 บาท และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2567 นำร่องในเขตพื้นที่ 10 จังหวัด ประกอบด้วย 1. กรุงเทพมหานคร เฉพาะเขตปทุมวัน และเขตวัฒนา
2.จังหวัดกระบี่ เฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง 3.จังหวัดชลบุรี เฉพาะเขตเมืองพัทยา 4.จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 5.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะเขตเทศบาลหัวหิน
6.จังหวัดพังงา เฉพาะเขตเทศบาลตำบลคึกคัก 7.จังหวัดภูเก็ต 8.จังหวัดระยอง เฉพาะเขตตำบลบ้านเพ 9.จังหวัดสงขลา เฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ 10.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉพาะเขตอำเภอเกาะสมุย
แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลา มองว่า เป็นการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นตามนโยบายของรัฐบาลที่หาเสียงในการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ที่ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
ไว้ที่ 400 บาทนั้น ได้ปรับขึ้นตามที่หาเสียงไว้แล้ว รอบหน้าหาเสียงใหม่ก็จะได้พูดได้เต็มปากว่า ทำแล้วค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท แต่คนจะไม่ไปสนใจว่าทำแล้ว ทำแค่ไหน อะไรยังไง เขาไม่สนใจ
“ในฐานะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลามองว่าเป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการค่าจ้างและฝ่ายการเมืองที่มีธงอยู่แล้ว”


เพราะการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสมนึก พรหมเขียว เป็นประธานการประชุม ทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างคุยกันว่า การออกนโยบายแบบนี้ไม่ได้เป็นผลบวกโดยรวม คำว่า “ไม่ได้เป็นผลบวกโดยรวม” นั้นหมายความว่า ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นก็จริง แต่อาจจะทำให้ฝ่ายนายจ้างอาจจะเลิกจ้างงาน หรืออาจจะทำให้ฝ่ายอื่นมองว่า นี่เป็นโอกาสการขึ้นค่าสินค้า อะไรอย่างนี้เป็นต้น
ฉะนั้น ถ้าจะมีการปรับขึ้นก็ควรจะปรับขึ้นทั้งจังหวัดและทุกประเภทอุตสาหกรรม และก็ขอให้ช่วยทุกฝ่าย การโยกย้ายของแรงงานก็จะไม่เกิดขึ้น


ซึ่งมติของที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลา ให้ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำจาก 345 บาท เพิ่มเป็น 350 บาท โดยให้ปรับเพิ่มขึ้นทุกประเภทอุตสาหกรรมและทั้งจังหวัด ไม่เฉพาะธุรกิจโรงแรมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง (ส่วนกลาง) กำหนดมาให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดเป็นแค่พิธีการ ทำตามขั้นตอนให้ครบเท่านั้น
สุดท้ายส่วนกลางก็จะมาเป็นเคาะว่าจะเอาเท่าไหร่ ดูได้จากการข้อเสนอของคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลาที่ผ่านมาที่พิจารณาปรับจาก 340 บาท ซึ่งคณะอนุฯเสนอปรับเป็น 350 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท แต่คณะกรรมการส่วนกลางปรับ
เพิ่มเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ให้ที่ 345 บาท เพิ่ม 5 บาท


ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคมฯ อนุกรรมการฯจังหวัดสงขลาเสนอปรับเป็น 350 บาท “เป็นคำสั่งลงมาให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด พิจารณาปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเฉพาะธุรกิจโรงแรมในเขตเทศบาลหาดใหญ่เฉพาะเจาะจงทั้งประเภทธุรกิจและพื้นที่มาให้เสร็จ” โดยในคำสั่งให้ตอบกลับไปว่าควรจะปรับเท่าไหร่ และควรจะปรับเมื่อไหร่ ควรปรับและไม่ควรปรับ ด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งคณะอนุกรรมการการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลา ตอบกลับไปว่า ควรจะปรับที่ 350 บาท และให้ปรับทุกประเภทอุตสาห
กรรม ส่วนจะปรับเมื่อไหร่ คณะอนุกรรมการฯเสนอไปว่าควรจะปรับวันที่ 30 เมษายน 2567 เพราะว่าวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 จะตรงกับวันแรงงาน
“ข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯชัดเจนว่าให้ปรับทั้งจังหวัด ไม่เฉพาะพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ และทุกอุตสาหกรรมด้วย ไม่เฉพาะเฉพาะโรงแรม”
ฉะนั้น ถ้าดูจากข้อสรุปที่คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดสงขลาเสนอไปทางส่วนกลางกับที่สรุปมาวันนี้ตรงกันข้ามทั้งหมด


“เขามีธงอยู่แล้วว่าจะต้องปรับ 400 บาท 10 พื้นที่นั่นคือ โจทย์ที่เขามีอยู่แล้ว เพียงแค่ส่งโจทย์มา ให้คณะอนุกรรมการฯจังหวัดตอบเป็นพิธีเท่านั้น และคำตอบสุดท้ายคือปรับ 400 บาท 10 พื้นที่จบ” การที่เข้าไปนั่งเป็นคณะอนุกรรมการฯจังหวัดมีข้อดีอย่างเดียวคือ ได้ฟังฝ่ายลูกจ้างสะท้อนว่า ตอนนี้เขาเดือดร้อนมั๊ย ฝ่ายราชการก็จะมาบอกว่า เศรษฐกิจตอนนี้เป็นอย่างไร เพราะในคณะอนุกรรม
การฯจะมีตัวแทนจากธนาคารแห่ประเทศไทย(ธปท.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เข้ามาสะท้อนภาพเศรษฐกิจให้ฟัง ที่ผิดหวังคืออะไรดี ๆ ที่คณะอนุกรรมการฯเสนอไปมันไม่ถูกตอบสนอง แต่ถามว่ากระบวนการคณะอนุกรรมการฯดีมั๊ย ก็ต้องบอกว่าดี องค์ประกอบ ดีมั๊ย ดี แต่การเมืองมันไม่ โอเค การเมืองมีโจทย์เขาเลยครอบงำคณะกรรมการส่วนกลางว่า จะเอาอย่างนี้นะ ทุกอย่างก็ต้องตามการเมือง
“กระบวนการที่มีอยู่มันดี ถ้ามันได้ผลตามที่เราทำกัน”
แม้ผลที่ออกมา เราไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ แต่เราก็ได้ ทำหน้าที่แล้ว กระบวนการมันถูกบิดจากข้างบน ที่ให้เราทำ เป็นแค่พิธีการ เราก็ทำตามหน้าที่คือ ประชุมแล้วเสนอไป
“พอเป็นพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างนี้สำหรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เหมือนตอนที่เขาตั้งธงไว้ 300 บาท
เขาก็ไม่สนใจใคร ก็ประกาศ 300 บาททั่วประเทศ”
ตอนนั้นจังหวัดสงขลาค่าจ้างขั้นต่ำ 150 กว่าบาท เมื่อประกาศ 300 บาท เพิ่มขึ้นเท่าตัว ครั้งนี้ก็ เช่นกันจาก 345 บาท เป็น 400 บาท เพิ่มขึ้น 50 บาท
ที่สำคัญครั้งนี้ ปรับเฉพาะประเภทธุรกิจ และเฉพาะพื้นที่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ต่อไปถ้ามีเฉพาะประเภทอุตสาหกรรม และเฉพาะพื้นที่ เช่น


สมมุติช่วงไหนราคายางดี ส่งออกยางดี เขาก็อาจจะ พิจารณาปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเฉพาะโรงงานยางพาราหรือน้ำมันปาล์ม ถ้าราคาดี ก็ไม่แปลก แต่เขาลืมคิดว่า ธุรกิจเหล่านี้มันมีวงจรธุรกิจมีทั้งช่วงที่ดีและไม่ดี วันดีคืนเขาเห็นว่าปาล์มราคากลุ่มธุรกิจโรงงานน้ำมันปาล์มต้องปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 500 บาท เพื่อให้ลูกจ้างได้ตามนี้ เป็นต้น
แต่พอปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 500 บาท ราคาปาล์มลง เช่นเดียวกับธุรกิจโรงแรมในหาดใหญ่อยู่ในโลว์ซีซั่น เนื่องจากเป็นช่วงถือศิลอด แต่เขาก็ไม่สนใจในประเด็นนี้ เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และค่าแรง เมื่อปรับขึ้นไปแล้วจะมาปรับลงไม่ได้แล้ว
ขณะที่ ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า การปรับอัตราค่าจ้าง 400 บาทต่อวัน เป็นเรื่องที่มีธงนำความเป็นจริง

  1. จังหวัดสงขลา มีคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าแรงจังหวัด ประกอบด้วย ฝ่ายนายจ้าง และลูกจ้าง
    พร้อมภาครัฐ รวมเรียกว่า ไตรภาคี การประชุมหารือกันครั้งล่าสุด ทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีมติให้ปรับขึ้นค่าแรงในอัตราที่สอดคล้องกับจังหวัดสงขลา
  2. เมื่อวันที่ 26.3.67 มติ จากคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ครั้งที่ 3/2567 พิจารณาเคาะค่าแรงกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประเภทกิจการโรงแรม เพื่อใช้สำหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการประเภทกิจการโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป และมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป
    โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 400 บาท และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2567 นำร่องในเขตพื้นที่จังหวัด 10 จังหวัด
    3.การปรับขึ้นราคาค่าแรงขั้นต่ำพร้อมกัน 10 จังหวัดไม่เป็นไปตามข้อเสนอของคณะอนุฯสงขลาและไม่สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจและอัตราราคาขายห้องพักของแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่าง ในพื้นที่
    หาดใหญ่ ราคาห้องพักโรงแรม 4 ดาว 1-2 พัน/วัน
    ขณะที่ย่านเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง ภูเก็ต สมุย กรุงเทพ ราคาขายห้องพักสูงกว่าในหาดใหญ่หลายเท่า ถือว่ายังห่างไกลกันมาก แต่การปรับค่าแรง
    ให้อยู่ในชั้นมาตรฐานเดียวกัน เป็นไปได้อย่างไร “ท่านใช้ตรรกะไหนประกอบการพิจารณา”
    4.เราทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเห็นด้วยกับ
    การปรับขึ้นราคาค่าแรงขั้นต่ำ แต่ต้องเป็นไปให้
    สอดคล้องกันกับบริบทแต่ละพื้นที่ การใช้มาตรฐานเดียวใน 10 พื้นที่จังหวัด ย่อมส่งผลกระทบกับบางพื้นที่ ขณะที่บางพื้นที่เกิน 400 บาท/วันไปแล้ว
    5.คนมักจะพูดกันว่า มีเงิน 300 บาท/วัน ใช้ชีวิต
    ใน กทม ไม่ได้ แต่มาใช้ในต่างจังหวัด พอไหว คำพูดนี้
    สะท้อนให้เห็นว่า บริบทพื้นที่แต่ละเมืองไม่เหมือนกัน
    ค่าแรงขั้นต่ำ ก็เช่นเดียวกันควรจะแตกต่างกัน
    6.การปรับค่าแรงขั้นต่ำ ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และรอบด้าน เนื่องจากปรับขึ้นแล้วไม่สามารถปรับลงได้ ในภาวะที่ธุรกิจโรงแรมของหาดใหญ่มีขึ้นมีลง “การบริหารต้นทุนรายจ่าย” จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น มา
    รอบนี้จะเจอกับการเพิ่มต้นทุนที่รวดเร็วในเวลาไม่ถึงเดือน
    7.ขอให้คณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 เปิดใจรับฟังคณะอนุฯ ของจังหวัดสงขลาและพิจารณาไปตามที่คณะอนุฯ ที่ประกอบด้วย ตัวแทนฝ่ายลูกจ้างและตัวแทนฝ่ายนายจ้างนำเสนอต่อท่าน
    “ท้ายที่สุดนี้ หากท่านมองว่าสงขลา เป็นจังหวัดท่องเที่ยว ก็ได้โปรดขอให้ท่านและหน่วยงาน
    อื่นๆ โปรดใช้ตรรกะนี้ในการพิจารณา การจัดสรรงบประมาณและทำกิจกรรมท่องเที่ยว ให้มองสงขลาว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย” ดร.สิทธิพงษ์ กล่าว และว่า
    ที่ผ่านมาสงขลามักถูกมองจากส่วนกลางว่า ไม่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว แล้วรัฐมักจะเอางบท่องเที่ยวและโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวใหญ่ๆ ไปใส่ไว้ในหลายๆ จังหวัดท่องเที่ยวโดยมองข้ามสงขลาไป
    “ได้โปรดใช้ตรรกะให้สงขลาเป็นเมืองท่องเที่ยวเฉกเช่น ภูเก็ต สมุย กรุงเทพ และจังหวัดอื่นๆ รวม 9 จังหวัดที่ท่านมองเป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *