Home » ข่าว » ภัยแล้งภาคใต้ปีนี้รุนแรงผลผลิตปาล์ม-ยางพาราลด

ภัยแล้งภาคใต้ปีนี้รุนแรงผลผลิตปาล์ม-ยางพาราลด

ภัยแล้งส่งผลกระทบหลายจังหวัดภาคใต้รุนแรง ผลผลิตปาล์มน้ำมัน-ยางพาราลดลง ทำรายได้ประชาชนหดหาย ร้องรัฐช่วยจัดหาแหล่งน้ำระยะสั้น หาแนวทางฟื้นฟู ปรับปรุง และสร้างแหล่งกักเก็บน้ำระยะยาว

ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ โดยเก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง สำรวจความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมีนาคม 2567 เปรียบเทียบเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนเมษายน 2567 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนเมษายน (47.50) ปรับตัว
เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม (45.57) และเดือนกุมภาพันธ์ (46.80) โดยดัชนีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) และการออมเงินปัจจัยบวกที่สำคัญคือ ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์(13-16 เมษายน) ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ประชาชนส่วนหนึ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา และได้จับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า มาเลี้ยงสังสรรค์จำนวนมาก ในขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งได้เดินทางท่องเที่ยว

โดยสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล และสถานที่ที่จัดเทศกาลสงกรานต์มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในหลายพื้นที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ขบวนแห่ การสาดน้ำ และการจัดกิจกรรมสันทนาการเล่นน้ำ ประแป้ง ปาร์ตี้โฟม ซึ่งเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากอีกทั้ง มาตรการวีซ่าฟรีให้แก่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่งผลให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยในช่วงดังกล่าว ทำให้มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของภาคใต้จำนวนมาก
แม้ว่าเศรษฐกิจโดยภาพรวม มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะขยายตัวเฉพาะในเขตเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่พื้นที่ในเขตนอกเมืองและพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยว สภาพเศรษฐกิจยังตกต่ำเช่นเดิม ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจและประชาชนที่ทำอาชีพค้าขายจำนวนมากยังประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอ และมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นประชาชนส่วนหนึ่งคาดหวังว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะทำให้เกิด “เม็ดเงิน” หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก และสามารถกระจายไปทั่วถึงในทุกอำเภอ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และอาจทำให้หนี้สินของประชาชนลดลงได้

จากการสัมภาษณ์ประชาชนหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับความกังวล ความคาดหวัง และความต้องการ ดังนี้

  1. ประชาชนต้องการความชัดเจนของโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต โดยเฉพาะผู้ประกอบการและร้านค้าขนาดเล็กที่มีเงินทุนหมุนเวียนน้อย และมีรายได้ต่ำ ทำให้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี โดยต้องการให้ภาครัฐ
    ออกข้อกำหนดการเข้าร่วมโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่ง่าย และสามารถเบิกเงินที่ค้าขายได้มาหมุนเวียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
  2. ราคาน้ำมันที่มีการปรับราคาขึ้น ส่งผลต่อการ
    ขึ้นราคาสินค้าและบริการ ทำให้ประชาชนที่เป็นกลุ่ม
    แรงงานที่มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ และต้องการให้ภาครัฐทยอยปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ถึง 400 บาทอย่างเร่งด่วน ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
  3. สถานการณ์ภัยแล้งติดต่อกันหลายเดือนในหลายจังหวัดภาคใต้ เริ่มสร้างความเสียหายให้กับพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มีผลผลิตลดลง
    อย่างมาก ทำให้ประชาชนมีรายได้ลดลง
    อีกทั้ง แหล่งกักเก็บน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคลดลงอย่างมาก จึงต้องการให้รัฐช่วยเหลือในการจัดหาแหล่งน้ำในระยะสั้น และช่วยหาแนวทางฟื้นฟู ปรับปรุง และจัดสร้างแหล่งกักเก็บน้ำในระยะยาว
    4.จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโน
    ถูกกฎหมาย สรุปประเด็นได้ ดังนี้ (ดูรายละเอียด สถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโนถูกกฎหมาย)
    ผลคาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้า ประชาชนส่วน
    ใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานเพิ่มขึ้น ร้อยละ 36.10 และ 35.80
    ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้าน
    การท่องเที่ยว ใน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็น ร้อยละ 30.60 และ 32.20
    ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 34.50, 34.30 และ 35.60

สถานบันเทิงครบวงจร-กาสิโนถูกกม.
กลุ่มที่เห็นด้วย (เหตุผล)

  • ช่วยดึงดูดนักพนัน และนักลงทุนต่างชาติ
  • มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
  • สนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศ
  • ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น
  • ภาครัฐมีเงินพัฒนาประเทศมากขึ้น
  • ลดปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วยการพนัน
  • เกิดการจ้างงานในประเทศมากขึ้น
  • สร้างความเจริญในจังหวัดและประเทศ
  • มีบริการเพิ่มขึ้น เช่น ห้างสรรพสินค้า ศูนย์สุขภาพ ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า ที่พักแรม สวนสนุก ร้านอาหาร ฯลฯ
    กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย (เหตุผล)
  • คาสิโนเป็นอบายมุข ผิดศีลธรรม ตามหลักพุทธศาสนา
  • ไม่ควรเอาเงินที่ได้จากการพนัน เพราะเป็นเงินบาป
  • ทำให้เกิดปัญหาสังคม เช่น หนี้สิน หย่า ฆ่าตัวตาย
  • ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น
  • ทำให้เกิดการค้าประเวณี ค้ายาเสพติด ค้าอาวุธ
  • เป็นแหล่งฟอกเงิน จนท.รัฐ นักการเมือง
  • ไม่เชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย
  • ทำให้คนไทยติดการพนันเพิ่มขึ้น
  • ไม่เชื่อว่าจะลดบ่อนการพนันให้น้อยลงได้
  • ทำให้เกิดธุรกิจสีเทาเพิ่มขึ้น
  • ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ มลพิษ
    ความกังวลและข้อเสนอแนะของประชาชนต่อการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร
  1. ควรศึกษาผลกระทบและแนวทางป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนการตัดสินใจดำเนินการ
  2. ควรออกกฎหมายควบคุมสถานบันเทิงครบวงจร โดยเฉพาะคาสิโนถูกกฎหมายอย่างเข้มงวด
  3. ควรมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
  4. การเปิดคาสิโนถูกกฎหมายจะต้องไม่สร้างปัญหาใหม่ให้เกิดในประเทศ
  5. สถานที่ตั้งของ “สถานบันเทิงครบวงจร” ควรห่างไกลจากชุมชน สถานศึกษา และศาสนสถาน
  6. ควรตรวจสอบนักลงทุนต่างชาติอย่างละเอียด เพื่อป้องกันนักลงทุนสีเทา เช่น ทุนจีนสีเทา
  7. ควรกำหนดมาตรการป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐ และนักการเมืองในการหาผลประโยชน์
  8. ควรจัดตั้งภาคเอกชน หรือหน่วยงานอิสระที่ไม่ขึ้นต่อภาครัฐ ตรวจสอบการดำเนินงาน
  9. ควรเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชนใน
    ทุกภาคส่วนต่อการเปิดคาสิโนถูกกฎหมาย โดยเฉพาะในจังหวัดที่จะเปิดสถานบันเทิงครบวงจร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *