Home » แนะ อปท.‘แยกเก็บ’จัดการขยะต้นทาง“นายกไพเจน”เผยโรงไฟฟ้าทีพีไอเสร็จปี69

แนะ อปท.‘แยกเก็บ’จัดการขยะต้นทาง“นายกไพเจน”เผยโรงไฟฟ้าทีพีไอเสร็จปี69

“นายกไพเจน” แนะอปท. จัดการจากต้นทาง กำหนดวันจัดเก็บขยะแต่ละประเภท พร้อมนำมาเป็นรายได้ เผยโรงไฟฟ้าที่ร่วม “ทีพีไอ พาวเวอร์”
สร้างคืบหน้า 13% คาดแล้วเสร็จปลายปี 69 รับจัดการขยะ 14 อำเภอ รวมวันละ 644 ตัน

ปัจจุบัน โลกเผชิญกับปัญหาขยะ ทุกประเทศ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พยายามจัดการเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาปัญหาขยะไม่เคยเบาทุเลาลงเลย
ในรอบเดือนที่ผ่านมา จังหวัดสงขลา ก็ประสบกับปัญหาดังกล่าว และกลายเป็นความข้อขัดแย้งระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่นกับชุมชน และประชาชน โดยเฉพาะปัญหาขยะล้นเมืองในเทศบาลนครหาดใหญ่ นอกจากเป็นผลมาจากปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว การขาดประสิทธิภาพในการกำจัดของโรงงานคัดแยกและกำจัดขยะ ที่ก่อสร้างด้วยงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่ จนเกิดขยะตกค้าง เป็นภูเขาขยะ นับล้านตันในพื้นที่ตำบลควนลัง อ.หาดใหญ่ และเป็นปัญหาระหว่างเทศบาลเมืองควนลัง กับเทศบาลนครหาดใหญ่
การนำเอาขยะเหลือใช้กลับมาทำให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน โดยการคัดแยกประเภทของขยะจากครัวเรือน(ต้นทาง) เพื่อลดเวลาในการคัดแยกขยะ (ปลายทาง) หรือนำขยะที่มูลค่ามาขาย เป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว เป็นแนวคิดที่ นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกอบจ.สงขลา ฝากไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ถึงแนวทางในการรับมือกับปัญหาขยะล้นเมือง
โดยแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องหาวิธิการและการดำเนินจัดเก็บขยะ ในรูปแบบใหม่ ด้วยการกำหนดวันเก็บโดยแยกขยะออกเป็นประเภท เช่น วันอาทิตย์ เก็บขยะพลาสติก, วันจันทร์เก็บขยะที่เป็นเฉพาะกระดาษ, วันอังคารเก็บขยะครัวเรือนหรือขยะเปียก นำมาทำปุ๋ย เป็นต้น
ซึ่งนอกจากจะลดเวลาในการกำจัด และลดปริมาณขยะแล้ว ยังสามารถนำขยะที่มูลค่า เช่น ขวดพสาลติก เหล็ก มาเป็นรายได้เสริมได้ด้วย
“องกรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละแห่ง หากไม่สามารถทำความเข้าใจกับชาวบ้านในการคัดแยกขยะได้ ก็ให้เทศบาลฯ หรืออบต. กำหนดวันในการเก็บขยะแต่ละประเภท จะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดปริมาณขยะ และสะดวกในการกำจัด ซึ่งชาวบ้านจะปฎิบัติตามเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
“หากชาวบ้านไม่นำขยะที่มูลค่าไปขายเองก็จะเป็นรายได้เข้าท้องถิ่น โดยที่ไม่ต้องมาเสียเวลาในการคัดแยกขยะอีก เนื่องจากชาวบ้านได้คัดแยกมาให้แล้ว” นายกไพเจน กล่าว และว่า
ที่สำคัญ เป็นการลดปริมาณขยะตกค้างได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ โดยการนำขยะมา สร้างมูลค่า ซึ่งอยากให้ผู้บริหารท้องถิ่นนำไปต่อยอดเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาขยะล้นเมือง
นายกไพเจน กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาขยะของจังหวัดสงขลา ในอนาคตว่า อบจ.สงขลา ร่วมกับ
บริษัทเอกชน เร่งก่อสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล รวมทั้งทำหน้าที่กำจัดขยะ ใน 14 อำเภอ
ของจังหวัดสงขลา
โดยขณะนี้ก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 13 คาดว่าสามารถเดินระบบได้ในต้นปี 2569 หวังจะสามารถแก้ปัญหาการกำจัดขยะได้ โดยให้บริษัท ทีพีไอ โพลีน
เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นเอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการขยะมูลฝอย (ก่อสร้างโรงไฟฟ้า) ในพื้นที่ตำบลเกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา
พร้อมก่อสร้างสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นต.สนามชัย อ.สทิงพระ และพื้นที่ต.บ้านนา อ.จะนะ เพื่อขนส่งขยะมูลฝอยเข้าสู่โรงไฟฟ้า โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมกำจัดขยะกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จำนวน 95 อปท. ปริมาณขยะรวม 644 ตัน/วัน
ขณะนี้บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ฯ ดำเนินการ
ก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีความก้าวหน้าร้อยละ 13 ใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง 730 วัน และจะสามารถเดินระบบได้ประมาณเดือนมกราคม 2569

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *