Home » สำรวจผู้ได้รับผลกระทบถึงสิ้นปีรถไฟทางคู่ หาดใหญ่-สงขลา-สะเดา

สำรวจผู้ได้รับผลกระทบถึงสิ้นปีรถไฟทางคู่ หาดใหญ่-สงขลา-สะเดา

พอช. ขอขยายเวลาสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่“หาดใหญ่-สงขลา และ หาดใหญ่-สะเดา” ถึงสิ้นปีนี้ เผยนำเข้าฐานข้อมูลในระบบแล้ว 4,183 ครัวเรือน จาก 8,716 ครัวเรือน

7 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของรัฐกรณีรถไฟทางคู่ในชุมชนพื้นที่รถไฟ และคณะทำงานลงสำรวจพื้นที่ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางหาดใหญ่-สงขลา และเส้นทาง หาดใหญ่-สะเดา จ.สงขลา ครั้งที่ 1/2567
นายอำนวย กล่าวว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ร่วมกับภาคเอกชนที่เป็นองค์กรเอกชนในพื้นที่ ซึ่งมีเครือข่าย 4 ภาค มาร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อนในพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
“เป็นเรื่องระหว่างพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่การรถไฟฯ โดยพอช. เข้าร่วมแก้ไขปัญหา เป็นการมารายงานผลการดำเนินการในภาพรวมทั่วประเทศ”
ในจังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในภาพรวมของประเทศ
ด้วย ดำเนินการมานานพอสมควรแล้ว และกำหนดเวลาว่าจะต้องสำรวจเพื่อจัดส่งให้กับรฟท. เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาภายในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ โดยในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้ดำเนินการไปแล้ว 8,000 กว่าราย
“เป็นการสำรวจข้อมูลลงพื้นที่ไปได้ประมาณ 4,000 กว่าราย ยังขาดอีก 3,000 กว่าราย ที่ประชุมจึง
ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ”
โดยทางจังหวัดจะเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งคณะทำงานสำรวจข้อมูล ซึ่งจะอาศัยผ่านทางนายอำเภอ ผู้
ปกครองท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง รฟท. เพื่อร่วมกันสำรวจข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาคือ การเช่าที่ รฟท.
เพราะรฟท. มีนโยบายสำหรับที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ให้ชาวบ้าน ซึ่งอาศัยอยู่แล้ว จัดระเบียบเพื่อให้อาศัยโดยถูกต้องด้วยการให้เช่า ซึ่งมีหลักเกณฑ์อยู่ว่าพื้นที่ประเภทไหนบ้าง ที่เข้าไปอยู่อาศัยได้
“จังหวัดในฐานะเจ้าของพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส”
ล่าสุด ได้ขอขยายเวลาในการสำรวจข้อมูลจากวันที่ 17 พฤษภาคม ออกไปจนถึงสิ้นปี 2567 ซึ่งก็
สอดคล้องกับของจังหวัดสงขลา ที่ยังไม่แล้วเสร็จสำรวจไปได้แค่ 4,000 กว่าราย จาก 8,000 กว่าราย
นายไชยา พลขาง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง พอช. กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุด
จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ 8,716 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7
อำเภอ 18 ตำบล 76 ชุมชน ซึ่งความคืบหน้าในการดำเนินการได้จัดเวทีเพื่อสร้างความเข้าใจให้พี่น้องชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ รวมไปถึงการจัดเวทีในระดับจังหวัดหรือเวทีในระดับพื้นที่
โดยได้มีกระบวนการในการลงไปชี้แจงนโยบาย ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร รวมไปถึงการแจ้งเงื่อนไข และแผนต่างๆ ที่ชุมชนต้องเตรียมตัว
“ในรอบเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราจัดเวทีร่วมกันวันที่ 18-19 มีนาคม ที่เทศบาลตำบลพะตง และที่
เทศบาลนครหาดใหญ่ หลังจากนั้น ก็ลงไปจัดในระดับ
พื้นที่ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ทั่วถึง”
โครงการนี้มีความเร่งด่วนคือ มีระยะเวลา 5 ปี จนไปถึงปี 2570 แต่เงื่อนไข ต้องรวบรวมข้อมูล ยืนยันข้อมูลผู้เดือดร้อนภายในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ จึงเป็น
ที่มาของการกระจายจัดเวที เพื่อนำข้อมูลข่าวสารให้
พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ บัตรประจำตัว
ประชาชน และที่อยู่ เพื่อรวมรวมรายชื่อที่จะลงทะเบียนภายวันที่ 17 พฤษภาคม และพอยืนยันไปแล้วแผนก็ไปอยู่ที่ รฟท.ในการแก้ไขปัญหาไปจนถึงปี 2570
ล่าสุดพบว่า ในช่วงการรวบรวมข้อมูลก็มีปัญหาติดขัด เช่น การลงไปบางจุด บางพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่ของรฟท.ไม่ได้ไปร่วมด้วย หรือแม้กระทั่งชุมชนก็ไม่เชื่อมั่นว่า โครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางหาดใหญ่-สงขลา และหาดใหญ่-สะเดา จะมีจริงหรือไม่ จะสร้างจริงมั๊ย จะไล่จริงมั๊ย จะรื้อจริงมั๊ย ในลักษณะแบบนี้
หรือบางทีก็เป็นเรื่องการเมืองในพื้นที่ด้วย ทำให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินการ ซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่ เราจึงเสนอว่าขอขยายเวลาในการรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบไปจนถึงสิ้นปี 2567
“ที่ประชุมก็เห็นชอบในหลักการ ฉะนั้น วิธีการดำเนินการก็คงต้องมาคุยกับทาง รฟท.อีกรอบหนึ่ง”
สำหรับภาพรวมการดำเนินการของจังหวัดสงขลา มีผู้ได้รับผลกระทบ 8,716 ครัวเรือน 76 ชุมชน มี
ความคืบหน้า ณ วันที่ 30 เมษายน 2567 มีการนำเข้าฐานข้อมูลในระบบแล้ว 4,183 ครัวเรือน อยู่ระหว่างนำเข้าฐานข้อมูลในระบบ 3,455 ครัวเรือน และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอีก 1,078 ครัวเรือน
“จังหวัดสงขลาอยากให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนเดิมก่อน และใช้ช่วงเวลาที่เหลือไปจนถึงสิ้นปี 2567 ในการค้นหารูปแบบการพัฒนาและการจัดหาที่ดินรองรับ” นายไชยา กล่าว และว่า
มีข้อเสนอในที่ประชุมเพื่อพิจารณาเป็นแนวทางดำเนินการคือ

1.จากการที่ลงพื้นที่ชุมชนพบว่าจำนวนครัวเรือนเกินจากที่ระบุไว้ในทะเบียน ยกตัวอย่าง เช่น ชุมชน ก. ลงไว้ 50 ครัวเรือน แต่พอไปสำรวจจริงพบว่ามี 70-100 ครัวเรือน เนื่องจากการยืนยันข้อมูลเป็นการสำรวจเชิงกายภาพ เพราะไม่สามารถลงชุมชนรายหลังได้
จึงใช้วิธีการประมาณการณ์ แต่พอลงพื้นที่กลายเป็นว่าจะมีจำนวนครัวเรือนที่อยู่จริงงอกมาจากจำนวนที่ระบุไว้ จึงฝากให้คณะทำงานในระดับจังหวัด

2.พบว่ารายชื่อชุมชนไม่ตรงกับรายชื่อที่ท้องถิ่นมี เช่น รายชื่อที่ยื่นไปกับรฟท.ที่มีกับรายชื่อที่มีในท้องถิ่นพบว่าชื่อไม่ตรงกัน โดยพบในพื้นที่พะตงกับคอหงส์


และ 3. พบรายชื่อตกหล่น อย่างเช่นที่ เทศบาลตำบลบ้านไร่ รายชื่อตกหล่นทุกชุมชน อันนี้คือสิ่งที่พบจากการลงพื้นที่ชุมชน ซึ่งถ้ามีคณะกรรมการแก้ไขในระดับท้องถิ่นจะเป็นกลไกที่สำคัญในการช่วยเหลือหรือสร้างความเข้าใจกับชุมชน ลดความขัดแย้งในพื้นที่ และการที่ท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทจะทำให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนได้มากกว่าที่จะเป็นคนนอกพื้นที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *