Home » ข่าว » ‘คนดีศรีสงขลา’สืบสานปณิธานป๋า!๒๖ พ.ค.“เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”

‘คนดีศรีสงขลา’สืบสานปณิธานป๋า!๒๖ พ.ค.“เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”

ร่วมรำลึก ๕ ปี “ป๋า” ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ จังหวัดสงขลาจัด “วันเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” มูลนิธิเรารักสงขลา เฉลิมพระเกียรติ คัดสรรมอบโล่ ๖ คนดีศรีสงขลา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ “ท่านบัญญัติ” ย้ำยกย่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
ให้กับคนอื่น ๆ และให้ทุกคนรักษาความดี

๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ณ ห้องเกียรติยศ อาคาร
หอประวัติสวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สวนประวัติศาสตร์ ฯ ต.พะวง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา นายบัญญัติ จันทน์เสนะ ประธานมูลนิธิเรารักสงขลา เฉลิมพระเกียรติ เป็นประธานในพิธีมอบสูทเกียรติยศ “คนดีศรีสงขลา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖”
“ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับการสรรหารับรางวัลคนดีศรีสงขลา ทั้ง ๖ ท่าน” ท่านบัญญัติ กล่าว ที่มาของการจัดตั้งรางวัลนี้ เป็นการสืบสานปณิธาน “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ห้องนี้เรียกว่า “ห้องเกียรติยศ” ตอนที่สร้างสวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
และสร้างอนุสาวรีย์ของ “ป๋า” ก็เพื่อแสดงให้คนเห็นว่า นี่คือ “คนดี” และจัดทำโครงการเพื่อสืบสานปณิธานของท่านขยายผลต่อไป ให้เป็นแบบอย่างของสังคม
ท่านบัญญัติ กล่าวต่อว่า รางวัลคนดีศรีสงขลา
มาจากการสรรหา ไม่ใช่การสมัคร แต่เป็นการสรรหาของคณะทำงานทั้ง ๖ ประเภท โดยค้นหาผู้ที่ทำความดีมีความเสียสละ เป็นการค้นหากลั่นกรองที่จริงจัง
วันนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์ว่า ทั้ง ๖ ท่านทำความดีมีคนเห็น แต่การทำความดี หรือการยกตัวเองว่าดีนั้นก็ไม่ได้ ต้องมีคนที่ทำหน้าที่ยกย่องขึ้นมา
“มูลนิธิเรารักสงขลา เฉลิมพระเกียรติ เราทำหน้าที่ส่วนนี้ คือการยกย่อง ประกาศเกียรติคุณคนดีของสงขลาเรา และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ด้วยว่าในการทำความดีก็มีโอกาสได้รับเกียรติ ได้รับการยกย่อง”
ดังนั้น “การสวมเสื้อคนดีศรีสงขลา” ในวันนี้เป็นความสง่างาม น่าปลื้มปีติยินดีในความรู้สึก
ตีค่าราคาไม่ได้ ซื้อขายไม่ได้
การจะได้รับเกียรตินั้น ดูว่าไม่ง่าย แต่การรักษาเอาไว้ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน ดังนั้น เราต้องพยายามรักษาความดีนี้เอาไว้ ต้องมีความยืนหยัดอย่าเปลี่ยนแปลง ดังคำประกาศเกียรติคุณ ซึ่งโล่ที่ผู้รับรางวัลได้รับนั้นก็มีชื่อของท่าน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จารึกอยู่ด้วย ก็เป็นสิริมงคลกับทุกท่าน
ในวัน ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ มูลนิธิเรารักสงขลา เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับจังหวัด จัดพิธีมอบโล่ เชิดชูเกียรติคนดีศรีสงขลา ในวัน เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งเป็นวันที่ “ป๋า” ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปี ๒๕๖๒ ทั้งนี้จังหวัดสงขลาได้ประกาศให้เป็นวัน “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ของจังหวัดสงขลา
โดยในปีนี้ ครบรอบ ๕ ปีของการจากไปของ “ป๋า” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ ได้พระราชทานให้สำนักองคมนตรีจัดบำเพ็ญกุศล ให้กับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ที่วัดราชบพิธฯ กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ผู้ได้รับโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแต่ละประเภทในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกอบด้วย
๑. เยาวชนคนดีศรีสงขลา นายชนาธิป ชูแก้ว
นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ อ.สะเดา จ.สงขลา กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจกับรางวัลนี้มาก และจะได้เป็นแบบอย่างให้กับน้องๆ พี่ๆ หรือเพื่อนๆ และจะทำหน้าที่ๆ เป็นประโยชน์กับตัวเองและคนอื่น
“ผมได้ทำกิจกรรมเล่นดนตรี กับวงดนตรีโยธวาทิตของโรงเรียนมาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ได้ร่วมออกงานแสดงพาเหรดในงานกุศลต่างๆ ในจังหวัดสงขลา และร่วมแสดงดนตรีในสวน ที่สวนสาธารณะสงขลามาเป็นปีที่ ๒” นายชนาธิป กล่าวว่า
คนรุ่นใหม่ปัจจุบันอาจจะใช้เวลาติดอยู่ในโลกโซเชียลมีเดียมาก อยากให้ออกมาสัมผัสกับโลกที่เป็นจริงมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากขึ้น มีจุดมุ่งหมายในชีวิต ค้นหาตัวเอง หรือหากยังไม่พบ สาเหตุก็อาจมาจากการที่ไม่ได้ออกไปค้นคว้าหาสิ่งที่ตัวเองสนใจอย่างจริงจัง
ซึ่งบางครั้งอาจใช้โซเชียลได้ แต่การค้นหาจากประสบการณ์จริงย่อมจะดีกว่า เห็นความเป็นจริงมากกว่า การค้นหาในโซเชียลก็อาจพบได้เหมือนกัน
แต่หากไม่ลงมือทำจริงๆ ก็ไม่สามารถเข้าใจ และมีความสามารถในสิ่งนั้นๆ ได้
ผมเองเล่นดนตรีตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษา ค้นหาตัวเองว่าเราชอบ รักสิ่งใด จนค้นพบว่าตนเองชอบ และรักเรื่องดนตรี จึงมุ่งมั่นในเส้นทางนี้
“อยากให้เพื่อนๆ ค้นหา และทำสิ่งต่างๆ จะได้
รู้ว่าเราชอบ ไม่ชอบสิ่งใด ในฐานะที่เราเป็นนักเรียน โรงเรียนเองก็พยายามส่งเสริมกิจกรรมมากมายให้กับนักเรียน เพื่อให้แต่ละคนได้ค้นพบตัวเอง”

๒. เกษตรกรคนดีศรีสงขลา นางสาวธนพร คงบุญ เกษตรกรบ้านช่างแก้ว หมู่ ๗ ต.คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
“เป็นรางวัลที่ทรงเกียรติ ที่ดิฉัน และครอบครัวได้รับ ถือเป็นตัวแทนของคน อ.คลองหอยโข่ง ขอขอบพระคุณคณะกรรมการของมูลนิธิฯที่มอบรางวัลในครั้งนี้” นางสาวธนพร กล่าวว่า
ดิฉันเป็นเกษตรกร ทำสวนผสมในพื้นที่ ๙ ไร่ ปลูกผลไม้หลากหลายชนิด เรามีคำขวัญของหมู่บ้านคือ “เสน่ห์อ่างคลองหลา ปากท่าน่ากิน เยือนถิ่นบ้านโบราณ ตำนานช่างแก้ว”
ก่อนหน้านี้ ดิฉันเคยทำงานบริษัท หลังเกิดอุบัติเหตุต้องออกจากงาน มาทำสวน เริ่มทำอย่างจริงจังเมื่อปี ๒๕๖๐
และได้เปิดเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านสวนธนพร” เมื่อปี ๒๕๖๒ ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้ประชาชนสามารถเข้าเยี่ยมชมดูงาน
“การทำสวนเราต้องมีใจรัก ในช่วงแรกจะปลูกพืชผัก จำพวกพริก มะเขือในล้อยาง ฯลฯ มีแม่ค้าจาก ม.อ.หาดใหญ่มารับซื้อไปขายเพราะเราปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี”
ต่อมา ก็ปรับปรุงการปลูกหลายๆ วิธี เช่น ปลูก
แบบยกแคร่ ควบคู่ไปกับปลูกผลไม้ ซึ่งในสวนมีเกือบ
ทุกชนิด เช่น ทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน มังคุด เงาะ ลองกอง
ฯลฯ สะตอ และพืชผัก
“หากมีแต่พืชผัก ก็จะได้ผลผลิตเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ราคาไม่สูง ผลไม้จะราคาดีกว่า และออกผล
สลับกันไป เมื่อปลูกหลายๆ อย่าง เราก็มีรายได้ตั้งแต่
รายวัน รายเดือน และรายปี”
รายได้อีกส่วนที่ดีมากมาจากการเลี้ยงผึ้งโพรง และชันโรง เพราะเราไม่ต้องซื้ออาหารเลี้ยง ที่สวนมีผึ้ง
๔๐ รัง ยกตัวอย่าง เดือนห้า เราเก็บน้ำผึ้งสามครั้ง ได้หลายขวด ราคาขวดละ ๕๐๐ บาท ส่วนชันโรงจะใช้เวลามากกว่า แต่ราคาสูง ขวดละ ๑,๕๐๐ บาท เก็บได้
ปีละครั้ง แต่สามารถขยายรัง และขายรังเลี้ยงได้ด้วย รายได้ส่วนนี้จะมากกว่าการปลูกผัก
ทุกวันนี้จะมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูงาน เช่น
พัฒนาชุมชน หน่วยงานเกษตร ที่ตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีสถานศึกษา เข้ามา เช่น กศน. ซึ่ง
กศน.ได้ทำป้ายตั้งให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน” เป็นหน่วยงานแรก เราก็ได้เรียนรู้กับเขาในการออกงานต่างๆ ได้รับการสนับสนุน และยอมรับจากหลายหน่วยงาน
“ที่สำคัญเราต้องหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง” นางสาวธนพร กล่าว

๓. นักธุรกิจคนดีศรีสงขลา นายสุวิทย์ ตันรัตนากร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ขอขอบพระคุณผู้ที่ได้นำเสนอชื่อผม รับรางวัลคนดีศรีสงขลา ปี ๒๕๖๖ นี้ ในภาคของธุรกิจเอกชน รางวัลนี้เป็นกำลังใจ กระตุ้นให้คนทำความดี ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
“เราต้องรู้จักสำนึกบุญคุณของแผ่นดิน มีความถ่อมตัว รู้จักเสียสละ ทำความดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งจริงๆ แล้ว รางวัลนี้มีบุคคลที่มีความเหมาะสมอีกหลายท่าน ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวผมเอง ในโอกาสนี้ก็ขอขอบพระคุณทางมูลนิธิเรารักสงขลา เฉลิมพระเกียรติ อีกครั้ง”
ผมขออนุญาตน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ พระองค์ท่านต้องการให้สังคมไทยอยู่กันอย่างมีความสุข สังคมประกอบทั้งผู้มีโอกาส และการเสียสละ
อยู่ร่วมกันอย่างเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน สังคมประกอบด้วยคนจำนวนมาก มีผู้ที่ขาดโอกาส และผู้ที่มีโอกาส สำคัญคือเราต้องปลูกฝังให้คนมีความเสียสละ มีความกตัญญูรู้จักถ่อมตัว มีคุณธรรม สังคมก็จะน่าอยู่และสวยงาม
การอยู่ร่วมกัน ยกตัวอย่าง สังคมในความเป็นพหุวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลา มีหลากหลาย มีอาชีพหลากหลาย มีเกษตรกร ชาวสวนยางพารา มีสวนปาล์ม ประมง ภาคธุรกิจ ภาคบริการ การท่องเที่ยว
อีกมากมายที่เป็นส่วนหนึ่งนำรายได้เข้ามาในจังหวัด
“ขณะนี้มีการรณรงค์ให้สงขลาสู่มรดกโลก ขององค์การยูเนสโก ผมเองในภาคธุรกิจเห็นด้วย และดีใจ ให้สงขลาเป็นที่รู้จักในระดับโลก นำมาซึ่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง” นายสุวิทย์ กล่าวว่า
ภาคธุรกิจเองไม่ได้ดูแลแค่เรื่องการผลิต ภาคอุตสาหกรรม การจ้างแรงงาน แต่เราต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม การหมุนเวียนทรัพยากรให้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า มองไปถึงการตอบแทนสังคม ตอบแทนแผ่นดิน ให้ประเทศก้าวไปอย่างยั่งยืน

๔. ข้าราชการคนดีศรีสงขลา ผู้ช่วยศาสตรา
จารย์ ทันตแพทย์วรรธนะ พิธพรชัยกุล
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.)กล่าวว่า รู้สึกขอบคุณทางมูลนิธิเรารักสงขลาเฉลิมพระเกียรติ ที่ได้มอบรางวัล และภูมิใจที่มีคนเห็นว่าเราทำงาน และมีประโยชน์กับคนอื่น
“ผมเองพื้นเพไม่ใช่คนสงขลามาแต่เดิม เป็นคนกรุงเทพฯ มาอยู่สงขลาตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี คือมาเรียน
ที่นี่ และเมื่อจบก็ทำงานใช้ชีวิตอยู่ที่สงขลากว่าครึ่งค่อนชีวิต และเป็นคนสงขลาไปโดยปริยาย จึงรู้สึกทั้งตื่นเต้นแปลกใจ และภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัล”
ความจริงแล้วมีคนอีกจำนวนมากที่ควรได้รับรางวัลนี้ ขอบคุณทางสถาบันการศึกษา ครูอาจารย์ที่สั่งสอนเรามาที่ทำให้เราได้มีโอกาสทำสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม เราเองทำงานก็มีผู้ร่วมงานอีกจำนวนมากที่สนับสนุน การได้รับรางวัลก็เท่ากับทุกท่านที่มีส่วนผลักดันผมได้รับด้วย เพราะเราทำงานกันเป็นทีม
“ในฐานะข้าราชการ ผมพยายามทำหน้าที่
ของตัวเองให้ดีที่สุด พยายามทำเพื่อประโยชน์
ของผู้อื่นเป็นหลัก” ผศ.ทพ.วรรธนะ กล่าวว่า
เริ่มทำงานเมื่อปี ๒๕๓๗ ในความเป็นหมอ มี
หน้าที่รักษาผู้ป่วยเป็นหลัก และอีกฐานะก็เป็นอาจารย์สอนนักศึกษา ก็ทำหน้าที่ให้ความรู้ ทั้งสองงานก็เป็นการทำเพื่อคนอื่น
“ผมเอาเวลาทั้งในราชการ และเวลาส่วนตัวส่วนใหญ่ทำงานให้สังคม ไม่ค่อยคิดว่าเวลาใดเป็นเวลาส่วนตัว”
สิ่งนี้อาจติดมาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่เราชอบทำกิจกรรมเพื่อสังคม สังคมมีความสุขเราก็มีความสุขด้วย
เราอยู่กับนักศึกษามาตลอด ต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่เติบโตมากับเทคโนโลยีใหม่ๆ มีลักษณะเฉพาะของเขาที่มีความรวดเร็วต่อเหตุการณ์ มีข้อมูลเยอะ แต่ขณะเดียวกัน ก็อาจจะมีประสบการณ์จริงน้อยกว่านักศึกษาสมัยก่อน การได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว แต่เขาก็ต้องรู้ว่าข้อมูลในโลกโซเชียลก็เหมือนใบไม้ใบหนึ่งในป่าแห่งข้อมูลความรู้ที่แท้จริง หากเจอใบไม้สักใบหนึ่งที่เป็นลักษณะหนึ่ง จะเหมาว่าป่าทั้งป่ามีแต่ใบไม้แบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะหากข้อมูลที่เขาได้รับผิดพลาดก็อาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้
ดังนั้น ข้อมูลจากคนรุ่นเก่าก็ยังมีความสำคัญและเป็นแหล่งข้อมูลที่ดี ทั้งนี้ ต้องพึ่งพากัน
“อยากบอกว่า ทุกคนต้องคิดถึงคนอื่น ผมเรียน
ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลักความคิดนีถูกปลูกฝังมาจากปณิธานของพระบิดา เพราะหากเราคิดถึงคนอื่นก่อน ความดีและสิ่งดีต่างๆก็จะเข้ามาหาเราเอง หากเราตั้งโจทย์ว่า เราจะช่วยเหลือคนอื่นอย่างไร การช่วยเหลือซึ่งกันและ
กันก็จะเกิดขึ้นในสังคม แต่ถ้าทุกคนคิดถึงแต่ตนเอง
เป็นอย่างแรกก็ยากที่จะเกิดการแบ่งปัน สร้าง และ
เกิดประโยชน์ไปด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่ยังเห็นไม่ค่อยชัดเจนในโลกยุคใหม่คือ ความมีจิตสาธารณะ ก็อาจ
เพราะคนรุ่นเรา รุ่นพ่อแม่ไม่ค่อยให้ความสำคัญปลูกฝังก็เป็นได้” ผศ.ทพ.วรรธนะ กล่าว

๕. องค์กรคนดีศรีสงขลา วิสาหกิจชุมชนเครื่องแกงตายาย หมู่ ๖ ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง
จ.สงขลา ประธานกลุ่ม นางณัฐธัญรดี คงชนะ กล่าวว่า ทางกลุ่มฯรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลจาก มูลนิธิเรารักสงขลา เฉลิมพระเกียรติ สืบสานปณิธานของ “ป๋า” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เนื่องจากท่านเป็นต้นแบบแห่งการทำความดี การตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินเกิด เรารู้สึกภูมิใจกับคำนี้
“ในกลุ่มวิสาหกิจของเรามีสมาชิกประมาณ ๓๐ คน ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๕๕ มีการแบ่งงานกันในกลุ่ม เช่นฝ่ายผลิตเครื่องแกง ฝ่ายจัดหาวัสดุ ฝ่ายบรรจุภัณฑ์ การตลาด ส่วนใหญ่ส่งขายตามออร์เดอร์ที่สั่งทางออนไลน์ มีลูกค้าทั่วประเทศ
รายได้ต่อเดือนที่ส่งขายประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๆ ละ ๑๗๐ บาท ก็เป็นรายได้ของกลุ่มที่สมาชิก
สามารถนำไปจุนเจือในครอบครัวเป็นรายได้เสริมจากการทำเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางพารา ถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างดี
เรามีเครื่องแกงดั้งเดิม ๓ ชนิดคือ เครื่องแกงส้ม
แกงเผ็ด และแกงกะทิ เน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพในชุมชน และจากชุมชนใกล้เคียง สมาชิกต้องทำงานทุกวันเพราะมีการสั่งซื้อเข้ามาตลอดเวลา ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การเตรียมวัตถุดิบ การบด การบรรจุ และ
จัดส่ง โดยกระจายงานไปตามครัวเรือนของสมาชิก
เราออกร้านในงานต่างๆ ของทางราชการเช่น ของพัฒนาชุมชน การเกษตร OTOP เครื่องแกงของเราได้รับรางวัลวิสาหกิจระดับประเทศ รางวัลชมเชย ในปี ๒๕๖๑ และได้รับรางวัล อย. Quality Award ระดับประเทศ ปี ๒๕๖๒ เราทำงานเป็นทีม ขาดคนใด
คนหนึ่งไม่ได้ เราต้องสร้างความเข้มแข็งของสมาชิกในกลุ่ม พัฒนาคุณภาพสินค้า มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยการกระจายรายได้สู่ชุมชน เมื่อเราสร้างความสามารถให้สมาชิก สร้างสินค้าที่มีมาตรฐาน สร้างรายได้ให้กับสมาชิกได้ เขาก็มีความมั่นใจ และมีความมั่นคง

๖. ครอบครัวคนดีศรีสงขลา ครอบครัว นายสร้าง รักสายฤทธิ์ ภูมิลำเนา หมู่ ๕ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า รู้สึกดีใจ และขอบคุณคณะกรรมการฯ ที่มอบรางวัลนี้
“ผมอายุ ๘๖ ปี มีลูก ๖ คน ผมทำอาชีพเกษตร ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ และไร่นาสวนผสม สิ่งที่ยึดถือ คือความซื่อสัตย์สุจริตในการดำรงชีวิต และการทำงานอาชีพ
“ผมเรียนจบแค่ป.๔ สมัยก่อนคนเป็นครูก็จบไม่สูงมาก เรียนพอได้อ่านออกเขียนได้ ไม่ทำความชั่ว
ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว”
ปี ๒๕๐๘ – ๒๕๐๙ ผมก็ไปอยู่วัด เรียนกับเจ้าอาวาส ก่อนจะสึกออกมา ก็รับจ้างทำงานตามบ้านไม่เกี่ยงงาน
“ผมสอนลูกให้มีความกตัญญู เป็นคนมีคุณธรรม ไม่เบียดเบียน ไม่คดโกงไม่สร้างความ
เดือดร้อนให้กับสังคม หลีกห่างอบายมุข”
นายสร้าง กล่าวว่า
ลูกทั้ง ๖ คนก็ได้ดีทุกคน สร้างครอบครัวของเขา ตอนนี้ผมมีหลานอีก ๖ คน ก็มีความสบายใจว่าลูกมีการศึกษาได้ทำงานที่ดีและมีความซื่อสัตย์
เราเองเป็นแค่เกษตรกรเริ่มจากทำสวนยางเล็กๆ มาตั้งแต่ยางกิโลฯละ ๔.๕๐ บาท ก็ต้องต่อสู้กับ
งาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ยิ่งพอมีลูกก็ยิ่งต้องหลีกห่าง เพราะกลัวว่าลูกจะเห็น และเอาอย่าง
ทุกวันนี้อยู่กับภรรยา มีความสุขตามประสา ลูกหลานแวะเวียนมา การอยู่กับการทำเกษตรกรรม ถึงไม่มีเงินก็อยู่สบายไม่เดือดร้อน เพราะมีสิ่งที่เราปลูก อยากกินอะไรเราก็ปลูก เราก็มีทุกอย่างไม่อด
จัดสรรพื้นที่ ปลูกพืชที่เป็นรายได้หลักคือ ยางพารา และสวนผลไม้ พืชพันธุ์ต่างๆ ในจำนวน ๘๐
ไร่ ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันก็มาจากการที่เราต่อสู้อดทน เก็บหอมรอมริบ มีคนมาขายที่เรามีเงินเหลือเก็บก็ซื้อเพิ่ม เพราะไม่เที่ยวเตร่ และที่ดินที่ซื้อนี่เราต้องตรวจสอบก่อนว่า เป็นที่ป่าสงวนหรือไม่ เพราะถ้าเป็นที่ป่าสงวนจะไม่ซื้อเด็ดขาด ถึงจะให้เปล่าก็ไม่เอา
“ทุกวันนี้ก็ยังทำเกษตรปลูกผักเล็กๆ น้อยๆ และดูแลสวน” นายสร้าง กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *