Home » ผวจ.สงขลาสั่งนายอำเภอยุติปัญหาในพื้นที่ ห้ามมวลชน“นอนค้าง”ศาลากลาง

ผวจ.สงขลาสั่งนายอำเภอยุติปัญหาในพื้นที่ ห้ามมวลชน“นอนค้าง”ศาลากลาง

ผวจ.สงขลาสั่งนายอำเภอยุติปัญหาในพื้นที่ ห้ามมวลชน“นอนค้าง”ศาลากลางผู้ว่าฯ สงขลา สั่งนอ. 16 อำเภอ ร่วมมือหัวหน้าส่วนราชการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนให้จบในพื้นที่ ระบุหากมวลชนเดินทางมายื่นเรื่องที่ศาลากลางจังหวัด ต้องจัดเจ้าหน้าที่ร่วมเดินทาง ย้ำไม่อยากให้นอนพักค้างคืนที่ศาลากลางจังหวัด

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลากล่าวในที่ประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลาว่า
ขณะนี้ได้มีข้อสั่งการไปที่ส่วนราชการ และนายอำเภอทั้งหมดในการแก้ปัญหาเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน ทั้งหลายที่เกิดขึ้น โดยพี่น้องประชาชน หรือหน่วยงานของเราเข้าไปมีส่วนปฏิสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนเป็นส่วนใหญ่ ตรงนี้มีประเด็นว่า แนวทางที่อยากให้ท่านทั้งหลายได้ฟังในวันนี้คือ
อยากให้ช่วยกันทำคือ ทุกพื้นที่ทั้ง 16 อำเภอ จะมีกลุ่มพี่น้องประชาชนหลากหลายกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ถ้ามีการรวมตัวกันในลักษณะที่มายื่นข้อเรียกร้องที่ศาลากลางจังหวัด
“ถ้ามีการรวมตัวกันมายื่นข้อเรียกร้องที่ศาลากลางจังหวัดในลักษณะที่ดูแล้วน่าจะมาก สมมุติว่า 50 คน 100 คน 200 คน 500 คน ลักษณะนี้”
สิ่งที่ผมอยากให้ท่านทั้งหลายฟังคือ ผมได้บอกทีมงานของท่านนายอำเภอเบื้องต้นไปแล้วว่า ยกตัวอย่างว่า ถ้าเกิดชัดเจนจากอำเภอเทพา นายอำเภอ
เทพาจะต้องรู้ว่า คนจะมา 500 คน มาศาลากลางจังหวัดมาด้วยเรื่องอะไร และต้องมอบหมายเจ้าหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับมวลชนที่จะเข้ามายื่นข้อเรียกร้อง
เมื่อมวลชนและคณะเจ้าหน้าที่มาแล้ว อยากให้หัวหน้าราชการที่มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ได้มาพบกับมวลชน ซึ่งถ้าท่านไม่พบในพื้นที่ท่านก็ต้องมาพบที่ศาลากลางจังหวัด
“มาพบแล้วหารือข้อยุติบางประการ หรือรับข้อเสนอ ไม่ใช่ให้หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด รับอยู่คนเดียว ซึ่งมันไม่ใช่เรื่อง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องมารับด้วย”
ส่วนราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ จะต้องมารับ หรือจะส่งเจ้าหน้าที่มารับแล้วชี้แจงเบื้องต้น ประชุมหารือ เพื่อหาข้อยุติเบื้องต้นให้พี่น้องมวลชนเขาได้รู้ว่า การแก้ไขปัญหาจะต้องทำอย่างไร เพราะว่าหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดรับแล้วก็ส่งต่อ มันไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ต้องมาชี้แจง ๆ ได้แค่ไหน อย่างไร ติดขัดอย่างไร ให้มาชี้แจง แล้วเปิดเวทีประชุมหารือกัน
นี่คือแนวทางที่อยากจะฝาก คือชี้แจงให้จบ แล้วให้มวลชนกลับไปแล้วรอการดำเนินการในส่วนที่จะต้องทำและเกี่ยวข้อง เช่น การแจ้งต้นสังกัด การแจ้งหน่วยอื่น บรรเทาปัญหาเบื้องต้น หรือหารือใน
คณะกรรมการชุดใหญ่
“แต่หลักการก็คือ ถ้ามีกลุ่มพลังมวลชนเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัด แล้วมายื่นข้อเรียกร้องกับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วหัวหน้าส่วนราชการที่รับผิดชอบไม่มาด้วย ผมถือว่าไม่ได้”
คำว่า ไม่ได้ ในความหมายของผมคือ ไม่ โอเค ต้องมา ถ้าท่านไม่มาแสดงว่าท่านปฏิเสธความรับผิดชอบในหน้าที่ ๆ ท่านต้องทำ แต่พื้นที่ต้องมา นายอำเภอต้องมาเมื่อมาถึงและมีการเจรจาแล้ว ต้องจบตรงที่ว่าไม่ให้มีการพักค้างคืนที่ศาลากลางจังหวัด ถ้ามวลชนต้องการพักค้างคืน เนื่องจากเจรจาแล้วยังหาข้อยุติไม่ได้ และเขาอยากจะนอนค้างคืนที่ศาลากลางจังหวัด
“ผมให้นอน แต่ผมจะให้หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอเจ้าของพื้นที่นอนเป็นเพื่อนด้วย อันนี้ไม่ใช่พูดเล่นนะครับ ถ้าไม่ทำตามที่ผมพูดเมื่อกี้ก็จดบันทึกไว้ด้วย ผมไม่ได้พูดเล่น ผมพูดจริง”


ฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจติดตามเรื่องข่าวสารทั้งหลายในพื้นที่ 16 อำเภอว่า จะทำยังไงที่การแก้ปัญหาให้จบในพื้นที่ บรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนได้อย่างไร
“ผมไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนต้องเดินทาง มานอนที่ศาลากลางจังหวัด มันเป็นประเด็นที่ทำให้ดูว่า พวกเราทอดทิ้งการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน”
ถ้าส่วนราชการไหนไม่ทำตามที่ผมพูด ผมก็บอกไว้ก่อนว่า ก็ต้องมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน หมายความว่า ผมก็ไม่โอเคกับคุณแล้ว ถ้าคุณละทิ้งหน้าที่สิ่งที่สำคัญที่คุณต้องทำ
“ผมพูดไว้ล่วงหน้านะครับ เพราะผมเชื่อว่ากว่าจะมีรัฐบาลใหม่ มันก็คงจะมีอะไรตามมาพอสมควร แต่ผมไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ แต่เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องการให้เราแก้ไข”
เราในฐานะข้าราชการจะทิ้งประชาชนไม่ได้ ต้องเป็นหลัก ยืนยันว่าสิ่งที่พูดนั้นคือ ให้พวกเราได้ช่วยกัน นายอำเภอพร้อมที่จะแก้ปัญหากับท่านในพื้นที่ ท่านลงไปในพื้นที่ เจรจากัน ถ้าไม่ได้ ต้องการมาถ่ายภาพ ท่านมาเคลียร์ มาคุยกันที่ห้องประชุม ที่ศาลากลางจังหวัดยินดีเปิดให้ แต่ไม่ได้นอนค้างที่ศาลากลางจังหวัด ถ้านอนนายอำเภอกับหัวหน้าส่วนราชการที่รับผิดชอบต้องนอนเป็นเพื่อนด้วย
“ถ้าไม่นอน ผมเอาเรื่องทั้ง 2 คน เพราะมันมีปัญหาที่เราต้องทำ เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปมากกว่านี้ ผมคงพูดแค่นี้ และเป็นแนวทางที่ผมได้สั่งการเป็นลายลักษณ์อักษร”
บางเรื่องผมก็ไม่ได้บอกท่านนะครับว่ามันคงจะต้องเป็นอย่างไร แต่ว่าบางเรื่องผมก็มองว่าท่านต้องใช้พลังของท่าน หลาย ๆ อย่างเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา เพราะว่าสุดท้ายแล้ว โจทย์สำคัญที่หนึ่งมันอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหมดเลย ซึ่งผมตอบได้ว่าผมพร้อมที่จะเป็นโจทย์หรือจำเลยร่วมกับพวกเรา แต่ว่า ท่านต้องตระหนักเรื่องนี้
“ที่สำคัญที่สุด ผมบอกไว้ก่อนว่า ท่านต้องระมัดระวังในช่วง 3-4 เดือนนี้ มันมีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เราจะต้องประคับประคองในหลายภารกิจร่วมกัน”


ฉะนั้น จึงอยากจะฝากทีมงานท่านทั้งหลายด้วย ทุกส่วนราชการ ท่านนายอำเภอด้วย เพราะนี่เป็นงานที่สำคัญงานหนึ่ง ในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวเสริมว่า ขอยกตัวอย่างกับสิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กรุณายกตัวอย่างของอำเภอเทพา ผมก็อยากจะยกตัวอย่างเพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการได้กรุณาเห็นภาพปัญหาที่เกิดขึ้นมี 2 ส่วน ๆ แรกคือ ฟังก์ชั่น ๆ
ก็คือนโยบายของส่วนราชการต่าง ๆ ส่วนที่สองคือพื้นที่ ก็หมายความว่า ถ้าเกิดมีนโยบายของส่วนราชการต่าง ๆ ไปสร้าง ไปดำเนินการในพื้นที่ของอำเภอใด อำเภอหนึ่ง แล้วเกิดปัญหากระทบกระทั่งกับพี่น้องประชาชน
ยกตัวอย่างกรณีของแขวงการทางต้องการสร้างสะพาน หรือสร้างถนนก็แล้วแต่ ไปขอใช้พื้นที่ ๆ
พี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ หรือทำมาหากินอยู่ ยกตัวอย่าง อำเภอเทพา พี่น้องประชาชนที่เขาสร้าง เปิดร้านค้าอยู่เขาไม่สบายใจ เขาเดือดร้อน
“เดือดร้อนเราคุยระดับพื้นที่ไม่จบ สมมุติว่าพี่น้องประชาชนเขาจะรวมตัวกันมาที่ศาลากลางจังหวัด อย่างแรกท่านนายอำเภอต้องกรุณาทราบ พี่น้องประชาชาที่เดือดร้อนมีกี่ประเภท” ประเภทที่ยินยอมรื้อถอนหรือไม่รื้อถอน หรือเขาบุกรุก หรือก่อสร้างอาคารถาวร หรือเป็นเพิ่ง อย่างที่สองท่านนายอำเภอต้องพอรู้ว่า ใครเป็นแกนนำ อันที่สาม โครงการที่ต้องใช้พื้นที่ ใช้นาดไหน อย่างไร ท่านนายอำเภอต้องส่งข้อมูลมาให้ท่านผู้ว่า
ราชการจังหวัด ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และถ้าเกิดรู้ว่าจะมีการรวมตัวของพี่น้องประชาชนเดินทางมายังศาลากลางจังหวัด ต้องรู้วัน เวลา ในการเดินทางมายังศาลากลางจังหวัด นายอำเภอต้องประสานกับแกนนำให้ได้ แล้วมอบหมาย อย่างน้อยปลัดอำเภอ 1 คน ร่วมขบวนมากับพี่น้องประชาชน
“นี่คือสิ่งที่นายอำเภอต้องกระทำ อันต่อมาก็เป็นหน้าที่ของจังหวัด โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด”
เมื่อได้รับแจ้งจากอำเภอแล้ว ศูนย์ดำรงธรรมต้องประสานกับส่วนราชการที่เป็นเจ้าของโครงการนั้น ๆ เช่น ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นโครงการของแขวงจังหวัด ก็ประสานท่านแขวงจังหวัด
โครงการทางหลวงชนบทก็ประสานกับทางหลวงชนบท เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ถ้าเกิดเราสามารถทำความเข้าใจในพื้นที่จบ พี่น้องประชาชนก็จะไม่ต้องเดินทางมาจังหวัด แต่ถ้าเกิดมั่นใจว่าไม่จบมาแน่ที่ศาลากลางจังหวัด ก็ให้มานั่งรอที่ศาลากลางจังหวัด โดยขอให้หัวหน้าส่วนราชการมาด้วยตัวเอง เว้นเสียแต่ว่าท่านติดราชการสำคัญ ก็ให้มอบผู้ที่มีอำนาจการตัดสินใจได้ และรู้เรื่องนั้น ๆ ดี
“พี่น้องประชาชนมาพบปะเขาร้อนมา มายื่นหนังสือ ถ้าเกิดมีผู้หลักผู้ใหญ่ มีคนที่รู้เรื่องมารับเรื่อง ความรุ่มร้อน ก็จะเย็นลง หลังจากนั้นก็เชิญตัวแทน 3-4 คนมานั่งหารือกันโดยเร็ว”
หาน้ำให้พี่น้องประชาขนดื่มกัน อย่าปล่อยให้เขายืนตากแดด นี่คือภาระของส่วนราชการที่เป็นเจ้าของโครงการ หลังจากคุยจบให้มีข้อยุติให้เร็วที่สุด อันไหนที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ต้องสร้างความหวังให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นข้อเท็จจริง ว่า เรื่องนี้จะต้องแก้กันอย่างไร อธิบายไปตามความจริง ไม่ต้องไปหลอกเขา
“เมื่อเราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เราจะผิดยาว วันนี้เขามา 50 คน เราโกหกเขา เขากลับและรู้ว่าเราโกหกเขาจะกลับมาใหม่ และไม่ได้กลับมาแค่ 50 คนเท่านั้น แต่จะมา 200-300 คน”
สุดท้ายเกิดไปจบจริง ๆ อย่างที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนำเรียน ก็ฝากหัวหน้าส่วนราชการ ฝากท่านนายอำเภอ ต้องเคลียร์ให้จบในพื้นที่ เชื่อว่าถ้าเราร่วมมือกันอย่างนี้จะไม่มีเรื่องของการพักค้างคืนที่ศาลากลางจังหวัด เพราะหากมีการพักค้างคืนที่ศาลากลางจังหวัดเราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น มีบุคลที่ 2 บุคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร
“ตอนนี้มีปัญหารายล้อมไปหมด ไม่ว่าทางชลประทาน สิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ไม่ว่าโยธาธิการที่มีโครงการที่อาจจะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน” รองฯ วรณัฏฐ์ กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *